ลุ้นท๊อป 4 พรีเมียร์ลีก

(||}

สถานการณ์ล่าสุดของสนามรบลำแข้งพรีเมียร์ลีก ภายหลังจากผ่านไป 25 นัดหมาย
แมนฯ ซิตี้ ทะลึ่งพรวดขึ้นมาด้อยกว่าผู้นำฝูงอีกแล้วครับผม โดยตามหลัง "ว่าที่แชมป์" อย่าง เชลซี ที่สะดุดไปน้อยอยู่ 8 แต้ม กับอีก 13 เกมที่เหลือ – ถามว่ามันมากเกินกว่าจะไล่ตามทันหรือไม่? แน่ๆว่า…มาก เนื่องจากว่ากลุ่มที่นำเป็นผู้นำฝูงอย่าง "สิงห์บลูส์" และฤดูนี้เป็นกลุ่มที่มาตรฐานสูง แถมแพ้ยาก แบบนี้ไล่อิดโรยขอรับ
แม้กระนั้นย้อนกลับไปในฤดู 2011-12 แมนฯ ยูไนเต็ด เคยนำเป็นผู้นำฝูงโดยทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ อยู่ถึง 8 แต้ม ขณะที่เหลือแค่ 6 นัดหมาย มองมุมไหนก็ไม่น่ามีปัญหา ท้ายที่สุดพลพรรคภูติผีปีศาจแดงดันเบรคแตกแหกโค้งพุ่งตกเหวนรกดับสยอง…ซะแบบนั้น
ดูจากโปรแกรมที่เหลือ ผู้ร่วมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ยังมีสิทธิ์เบรคแตกอยู่เช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าพวกเขายังมีเกมที่จะต้องเจอกับ แมนฯ ซิตี้ โดยตรงอีกหนึ่งนัดหมายในบ้านตนเอง รวมถึงการออกไปเยี่ยม แมนฯ ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งถือเป็นงานหนัก ส่วนเกมที่จะต้องออกไปเยี่ยม เวสต์แฮม,W88บอร์นมัธ, สโต๊ค สิตี้ และเวสต์บรอมฯ ก็อาจมีโอกาสหลุดเสมอในบางนัดหมาย จึงมีความน่าจะเป็นที่ เชลซี อาจจะสะดุดอีกสัก 2-3 นัดหมาย ก็แค่มีข้อแม้ว่ากลุ่มผู้ไล่ล่าจะต้องไม่พลาดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม
เรื่องแชมป์พรีเมียร์ลีก ผมว่าไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยน ด้วยคุณภาพ ด้วยมาตรฐาน ด้วยความสม่ำเสมอ และด้วยระยะห่างที่ออกจะมาก ถึงแม้ว่าจะเบรคแตก ท้ายที่สุด เชลซี น่าจะพยุงพวงมาลัยเข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรกได้สำเร็จหรือบางทีอาจควบเร่งเข้าเส้นชัยด้วยความเร็วแรงแบบม้วนเดียวจบ ความเมามันของพรีเมียร์ลีกจึงอยู่ที่การฉกฉวยกันไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเหลือโควต้าอีก 3 กลุ่ม ซึ่งระยะห่างระหว่างกลุ่มชั้น 2 กับกลุ่มชั้น 6 อยู่ใกล้ๆกันแค่เพียง 4 แต้มเท่านั้น แสดงว่าชั้นสามารถเปลี่ยนได้ตลอดในเวลาเพียงแค่ 1-2 นัดหมาย
สถานการณ์ล่าสุด แมนฯ ซิตี้ ขึ้นมาชั้น 2 ตามด้วย สเปอร์ส, อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล และแมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งปวง 5 กลุ่ม แม้กระนั้นมีโควต้าให้แค่ 3 ตำแหน่งเท่านั้น มันจึงนำมาสู่ปริศนาที่ว่าใครกันแน่คือ 3 กลุ่มที่จะสมหวัง และ 2 กลุ่มที่ผิดหวัง?
นับจากโดน เชลซี ระเบิดถังขี้ เมื่อปลายต.ค.ปีที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ทำสถิติไม่แพ้ในพรีเมียร์ลีก 16 นัดติดต่อกัน
ผู้ร่วมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เปลี่ยนเป็นกลุ่มที่แพ้ยากตามสไตล์ของผู้เป็นที่ปรึกษา ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางเยอะขึ้นแม้กระนั้นถ้าเกิดมองลึกลงไปในเนื้อหา คุณจะพบว่าใน 16 เกมที่พวกเขาไม่แพ้เป็นการเสมอถึง 7 นัดหมาย
แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกใจแพ้ในเกมที่จะต้องชนะเท่านั้นจึงทิ้งแต้มไปมาก เฉพาะอย่างยิ่งใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่ฤดูนี้ทำได้แค่เสมอคู่ปรับถึง 6 นัดหมาย โน่นคือเหตุผลที่พูดว่าเพราะเหตุไร พวกเขาถึงจมอยู่ในชั้น 6 โดยไม่ยินยอมขยับไปไหนตรงเวลากว่า 2 เดือนเข้าให้แล้วเว้นแต่พรีเมียร์ลีก พลพรรคภูติผีปีศาจแดงยังจะต้องกรำศึกหนักรอบด้านในบอลถ้วยอีกถึง 3 รายการ ทั้งนัดหมายชิงแชมป์ ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ และยูโรปา ลีก ไม่ถูกกับ ลิเวอร์พูล ที่ไม่เหลืออะไรให้ลุ้นแล้วเว้นแต่พรีเมียร์ลีกรายการเดียวแมนฯ ซิตี้ เป็นกลุ่มที่มีขุมกำลังขนาดใหญ่และยาวที่สุด – ข้อบกพร่องคือเกมรับนี่แหละที่ทำให้พวกเขาพุ่งชนกับหายนะเสมอๆอาร์เซน่อล จากหลักการทำงานของ อาร์แซน เวนเกอร์ ก็อย่างเดิม คือชอบร้อนแรงเป็นช่วงๆก่อนหลุดแบบซนๆประเภทที่ไม่มีเหตุผลและต้องการความเข้าใจอะไรก็แล้วแต่ทั้งหมดทั้งปวง ยกตัวอย่างการแพ้ วัตฟอร์ด แบบติดอยู่บ้าน เมื่อสองอาทิตย์ก่อนนี่แหละกลุ่มสีหนาถปืนโต
ทางด้านของ สเปอร์ส ชูมาตรฐานตนเองขึ้นมาตั้งแต่ฤดูที่แล้ว แม้กระนั้นจนแล้วจนรอดก็ยังก้าวข้ามตนเองขึ้นมาเป็นกลุ่มที่จะประสบผลสำเร็จแบบจริงๆจังๆมิได้สักครั้ง

ส่วน ลิเวอร์พูล ก็เพิ่งจะฟื้นตัวกลับมา หลังจากที่เมายากันยุงจนถึงตุปัดตุป่อง กว่าจะรู้ตัวอีกครั้ง พวกเขาก็กระเด็นหลุดจากพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้วจนถึงจะต้องรีบเครื่องจักรสีแดงไล่ล่ากันใหม่
เมื่ออาทิตย์ก่อน เว็บไซด์ "ทอล์คสปอร์ต" ของอังกฤษนำเอาเครื่องมือการทายอนาคตที่เรียกว่า "ซูเปอร์คอมพิวเตอร์" มาประมวลฟอร์มการเล่น ความสามารถ และสถานการณ์ของทั้ง 20 กลุ่มในพรีเมียร์ลีกพลางจัดลำดับในตอนสุดท้ายของฤดู
ผลของการทาย 6 อันดับแรก ปรากฏออกมาดังนี้
1. เชลซี
2. แมนฯ ซิตี้
3. สเปอร์ส
4. อาร์เซน่อล
5. แมนฯ ยูไนเต็ด
6. ลิเวอร์พูล

อืมมมมมม…พิจารณาได้ว่า 4 อันดับแรกเสมือนที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้เลยขอรับ สลับกันแค่ชั้น 5 กับ 6 ที่ตอนสุดท้ายของฤดู "ซูเปอร์คอมพิวเตอร์" คำนวณให้ แมนฯ ยูไนเต็ด แซงหน้า ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ
ถ้าจบแบบนี้ถือเป็นอีกฤดูที่น่าผิดหวังสำหรับเด็กหงส์ทุกหมู่เหล่า เนื่องจากว่าเว้นแต่ ลิเวอร์พูล จะไม่ได้แชมป์อะไรแล้วยังมิได้ไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกต่างหาก
ที่แสบสันต์กว่าคือชั้นที่ต่ำลงยิ่งกว่าคู่กรณี-แสนรักอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งโน่นคือการบรรลุผลท้ายที่สุดที่คงเหลือในฤดูนี้ อย่างไรก็ตาม มันเป็นเพียงแต่คำพยากรณ์จากคอมพิวเตอร์ที่ไม่ค้ำประกันความแน่นอน
ที่แน่ๆคือตอนนี้ระยะห่างระหว่างแต้มของกลุ่มชั้น 2 ถึงชั้น 6 ใกล้เคียงกันเหลือเกิน จังหวะที่จะเข้าไปอยู่ในกลุ่มท็อปโฟร์ของ แมนฯ ซิตี้, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล และแมนฯ ยูไนเต็ด จึงมีพอกันจนถึงสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนอย่างผมจัดลำดับไม่ถูกเลยทีเดียว เรือใบสีฟ้าของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นกลุ่มที่มีเป็นได้พลานุภาพสูงเกินไปกว่าที่จะหลุดจาก 4 อันดับแรกคลับไก่ก็ออกจะสมดุลย์กันทั้งในเกมรุกและเกมรับ ในเวลาที่ อาร์เซน่อล จะเฮงซวยขนาดไหนก็ไม่เคยหลุดจาก 4 อันดับแรกแล้วไหนจะ ลิเวอร์พูล ที่ได้ดาวเตะสำคัญกลับมาครบแล้วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มีความสำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างที่สุดครับผม เนื่องจากว่ามันไม่ต่างอะไรจากขุมทรัพย์ที่ช่วยให้สมาพันธ์โกยรายได้อย่างมหาศาลเยอะขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเป็นแรงดึงดูดผู้เล่นระดับ "มหาดารา" ให้มาร่วมกลุ่ม
คิดกล้วยๆขอรับว่าถ้าฤดูหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด อดไป แชมเปี้ยนส์ ลีก ดาวดังที่ภูติผีปีศาจแดงอยากได้จนถึงสั่นเทิ้มอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ก็อาจจะต้องคิดเยอะขึ้นเรื่อยๆหนทางของ "ภูติผีปีศาจแดง" ในการณีที่หลุดจากท็อปโฟร์ คือจะต้องครอบครองแชมป์ ยูโรปา ลีก ให้ได้เพียงแต่สถานที่เดียว

แม้พวกเขาจะเป็นเต็งหนึ่งในรายการนี้ แม้กระนั้นก็ไม่มีอะไรแน่ๆหรือค้ำประกันสมมุติว่าถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก แล้วโควต้าไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ในพรีเมียร์ลีกจะคืออะไร?
ตามกฏที่เจาะจงไว้คือถ้าเกิดเหตุอย่างนั้น โควต้าของพรีเมียร์ลีกจะได้ 4 กลุ่มเหมือนเดิมนั่นแหละ แม้กระนั้นกลุ่มที่จะโชคไม่ดี อดเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือกลุ่มชั้น 4 ของตาราง มีคนถามว่าแล้วถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ขณะที่ เลสเตอร์ สิตี้ ครอบครองแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรปได้สำเร็จล่ะ?
ไอ้ที่ถามแบบนี้ คาดว่าน่าจะเป็นเนื่องจากว่าคำพยากรณ์ของท่านเจ้าคุณธงชัยแห่งวัดตรีมิตรที่ทายว่า "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" จะครอบครองแชมป์ยุโรปนั่นแหละ (แถมรอดตกชั้นด้วยนะ) ถ้าเกิดเป็นอย่างนั้น ยูฟ่า จะเพิ่มโควต้าให้กลุ่มจากพรีเมียร์ลีกเป็นกรณีพิเศษเป็น 5 กลุ่ม เชลซี ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ในฐานะแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์ ยูโรปา ลีก บวกกับชั้น 2 และ 3 ของตาราง รวมกันเป็น 5 กลุ่ม โดยกลุ่มที่อดไป คือชั้น 4 อย่างเดิมสเปอร์ส เคยเจออะไรแบบนี้มาแล้วครับผม ตอนที่ เชลซี ได้แชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรป เมื่อฤดู 2011-12 กลุ่มชั้น 4 ต้องการพวกเขาจำเป็นต้องหลบให้ "แชมป์เก่า" ที่หลุดจากท็อปโฟร์