สถานีต่อไปของเฮียหลา?

ถึงทุ่งนาต่อไปนี้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งสิ้น 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งผอง 41 นัดหมายในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู
อืมมมมิลลิเมตร..ทำลายตาข่ายเสียจนกระทั่งสิ้นซากขนาดนี้ นับว่าเยอะมากสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว
ก่อนเปิดฤดู ดาวยิงวัยชราผู้นี้ถูกดูถูกจากนักวิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลบวงสรวงว่าจะเจอกับความลำบากตรากตรำที่สุดในอาชีพกิจการค้าลำแข้ง เพราะเหตุว่าตรงนี้เป็นพรีเมียร์ลีก – สนามรบลำแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วและก็หนักหน่วงบนอัตราความฮาร์ดคอร์มากที่สุดในเมืองมนุษย์
ในขณะนี้ไม่ว่าใครที่เคยดูหมิ่นเขาเอาไว้ดูเหมือนโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบ
ต่อไปนี้ลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆนะครับ) โดยเอาผลของการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำแต้มสำคัญๆมาหักปริมาณประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป
ประมาณว่าถ้า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลของการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นอย่างไรนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1)
เห็นไหมครับผมว่าถ้าพี่เอ็งไม่ยิงหรือยิงมิได้ คะแนนของกลุ่มสีแดงที่แมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว!
ส่วนนัดหมายชิง อีเอฟแอล คัพ ที่อดีตดาวยิงกลุ่มชาติสวีเดนทำผู้เดียว 2 ดอก แต่ว่าถ้าเกิดพี่เอ็งยิงมิได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 และก็ชวดแชมป์ไปเลยนี่เป็นจุดสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เขาเป็นผู้เล่นชนิดห้ามป่วย ห้ามพัก และก็ห้ามถูกลักพาตัวไปไหนเด็ดขาด เพราะเหตุว่าเวลาหายไป มิได้ลงสนาม "เด็กผี" จะคิดถึงพี่เอ็งอย่างต้องหนัก เฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ด้วยล่ะก็ อัตราความระลึกถึงจะพุ่งทะยานถึงขั้นทะลักจุดแตก ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ นัดหมายยังไงอย่างไรก็ดี จุดนี้นับว่าเป็นดาบสองคม เพราะเหตุว่าการผูกขาดทำแต้มให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แทบจะเพียงคนเดียวอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก "อิบรา" ซ้ำๆได้สูงสุดเป็น 15 ประตู รองลงมาเป็น ฆวน มาต้า 6 ประตู, ปอล ป๊อกบา 4 ประตู, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล และก็มาร์คัส แรชฟอร์ด 3 ประตู ตอนที่ เวย์น รูนี่ย์ พึ่งยิงได้เพียงแค่ 2 ประตูเพียงเท่านั้นดูเหมือน โชเซ่ มูรินโญ่ จะเกรงใจดาวเตะผู้นี้มากมายเสียด้วยนะครับ
เป็นถ้าไม่เจ็บ-ไม่แบน เขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัต นอกจากบางเกมที่ผู้เป็นนายใหญ่อยากให้พักน่องหรืออยากจัดผู้เล่นชุดสองลงสนามบ้างที่สำคัญเป็นถ้าได้ลงตัวจริงแล้ว ไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออกอีกต่างหาก
แม้กระทั่งเล่นไม่ดี-ทำฟอร์มตก หรือประพฤติตัวไม่เป็นประโยชน์ ผู้ครอบครองสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะเป็นไปไม่ได้เปลี่ยนตัวเขาออกจากสนาม ประหนึ่งกลัวโดนกระทืบ!
เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำเป็นเพียงแค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ในบ้านตัวเอง ดาวเตะที่เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มเรียกสั้นๆว่า "เฮียหลา" โชว์ฟอร์มได้แย่สิ้นดีนะครับ ขนาดฆ่าจุดลูกโทษยังโดนเซฟเลย ราษฎรก็มองเห็นกันทั้งบางว่าเล่นไม่ได้เรื่อง แต่ว่า "มูมู่" กลับปล่อยให้ท่านพี่เขาประพฤติตัวไร้ประโยชน์บนฟลอร์ต้นหญ้าจนกระทั่งครบ 90 นาที โดยเลือกถอดคนอื่นๆออกแทนซะแบบงั้น
รู้เรื่องว่าทั้งสองคงจะทำข้อตกลงกันเอาไว้ หรือไม่ก็เพราะเหตุว่าความเกรงใจ แม้คำว่า "เกรงใจ" จะไม่ใส่อยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษและก็พจนานุกรมส่วนตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ตาม
เป็นไปได้ที่หลังจากหมดสัญญากับ เปแอสเช "อิบรา" อาจไม่ได้คิดอยากจะขายวิญญาณให้ภูติผีแดงตั้งแต่ต้น แต่ว่าเป็นเพราะเหตุว่าถูกเจ้านายเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ วิงวอน หรืออาจเคยมีบุญคุณกันมาก่อน เจ้าตัวเลยยอมเลื้อยก้นมาอยู่ด้วยกันที่โรงละครที่ความฝัน
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่พูดว่าเพราะเหตุใด กุนซือวัย 54 กะรัตถึงเกรงใจผู้ร่วมทีมคนนี้เป็นพิเศษ โดยส่งลงเป็นตัวจริงทุกนัดหมาย แถมไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออก เพื่อเป็นการทดแทนถ้าเป็นลูกก็นับว่าเป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจจนกระทั่งเคยตัวเลยทีเดียว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็เลยไม่ได้มีความแตกต่างจาก "อภิสิทธิ์ชน" ในกลุ่มภูติผีสามแง่ง ซึ่งนับว่าไม่ถูกหลักการปกครองอย่างรุนแรง เพราะว่าอาจก่อปัญหาการอกน้อยใจขึ้นในกลุ่ม
ทั้งๆที่ที่จริงแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการกลุ่มที่มีความเด็ดขาดมากมายนะครับ เขาเป็นไปไม่ได้ปล่อยให้ผู้ร่วมทีมยิ่งใหญ่กว่าตัวเองอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าดาวเตะคนนั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม
กาลครั้งหนึ่งยุคเป็นกุนซือของ เชลซี – ผู้ครอบครองกลุ่มอย่าง "เสี่ยหมี" อุตส่าห์ยัดเยียดยอดเยี่ยมดาวยิงค่าตัว 30 ล้านปอนด์อย่าง อังเดร เชฟเชนโก้ มาให้ โดยมีข้อต่อรองว่าต้องส่งลงสนาม แต่ว่า "เชว่า" กลับแงะฟอร์มกระฉูดแตกออกมาไม่สำเร็จจนกระทั่งแปลงเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้ขนาดส่งผลให้ผู้จัดการกลุ่มกับผู้ครอบครองกลุ่มต้องแตกหักกัน
ดาวถล่มตาข่ายของสิงห์บลูส์อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า หรือขาใหญ่ของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์รี่ ก็เช่นกันที่ไม่เคยได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ในที่สุดตัวเองเลยโดนผู้ร่วมทีมทรยศจนกระทั่งโดนถีบกระเด็นตกเก้าอี้ผู้จัดการกลุ่มมาแล้ว
และก็โดยไม่เว้นแม้แต่ผู้ร่วมทีมในตอนนี้อย่าง ฆวน มาต้า ที่เคยถูกลอยแพออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้จะมาหายใจร่วมกันอีกรอบในชุดแต่งกายภูติผีแดงและก็ทุ่งนาต่อไปนี้ แต่ว่าถ้าเกิดพิจารณาให้ดี คุณจะพบว่า "เดอะ สเปเชี่ยล ฆวน" เป็นผู้เล่นคนแรกที่มักจะถูก "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" เปลี่ยนตัวออกเป็นคนแรกอยู่เป็นประจำ
ก็เลยเพียงพอจะสรุปได้ว่า "มูมู่" ไม่เคยก้มตัวให้ผู้ร่วมทีมคนไหนกัน นอกจาก "พี่หลา" เพียงคนเดียวที่จัดอยู่ในชนิด "ห้ามแตะต้อง" เป็นกรณีพิเศษ
ผมรู้เรื่อง โชเซ่ มูรินโญ่ นะครับ รู้เรื่องว่าเฮียเอ็งคงมีบางอย่างที่ลึกซึ้งแบบสุดหูรูดกับ "อิบรา" โดยที่ราษฎรทั่วไปไม่ทราบ หรือบางครั้งมันอาจเป็นข้อแม้พิเศษที่ระบุเอาไว้ในสัญญาที่ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นไปได้ มันอาจเป็น "ข้อแม้" ที่ทำให้ดาวเตะผู้นี้ยอมขายวิญญาณให้ภูติผีแดงอะไรประมาณนั้น
สิ่งที่เป็นปัญหานั้นก็คือไม่ใช่ทุกนัดหมายที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัย 35 ขวบจะระเบิดฟอร์มยอดเยี่ยมพลางกระแทกตาข่ายได้ตลอด
บ่อยครั้งที่เขาหวงบอลมากเกินความจำเป็น บ่อยครั้งที่เขาทำเรื่องง่ายให้เกิดเรื่องยาก และก็บ่อยครั้งที่ออกอาการรำคาญ หรือชักสีหน้าใส่เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มที่ดันเล่นผิดดวงใจ
เหมือนกันกับบางนัดหมายที่สมจะต้องเป็นผู้เล่นสำรองบ้าง หรือถูกเปลี่ยนตัวออกบ้างก็ได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้งานอย่างสม่ำเสมอตลอด 90 นาทีในทุกๆนัดหมาย
ถึงในขณะนี้ "อิบรา" ยังมิได้ต่อสัญญาใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นะครับ แถมฤดูหน้าอายุเขาจะมากขึ้นอีก 1 ปี ซึ่งสำหรับกองหน้าวัย 36 ขวบ ยังไงสภาพร่างกายก็ต้องถดถอยลงไปตามธรรมชาติ ก็เลยเป็นไปไม่ได้รักษามาตรฐาน หรือเล่นดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่ต้องสงสัยเท่านั้นไม่พอ
มันยังทายใจได้ไม่ยากว่าฤดูหน้ายังไง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องหากองหน้าดาวถล่มประตูตัวใหม่ที่สดกว่ามาเสริมกองทัพแน่นอน
ถ้าเกิดต้องการยืดสัญญาออกไปอีก 1 ปี บางครั้ง "เฮียหลา" อาจต้องยอมรับความเป็นจริงข้อนี้ เหมือนกันกับยอมรับสภาพการดำรงชีวิตบนม้านั่งสำรองเป็นลำดับที่สองรองจากคนอื่นๆปริศนาเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในวันที่แก่ 36 จะยอมรับสภาพการเป็นผู้เล่นสำรองได้หรือเปล่า? ผมตอบให้ก็ได้ครับผมว่า…เป็นไปไม่ได้ ดาวเตะที่ถือตัวและก็ยโสอย่าง "อิบรา" เป็นไปไม่ได้ยอมเป็นลำดับที่สองรองคนใด – มันก็เลยคงเหลือเพียงแต่ 2 ทางเลือกเพียงแค่นั้น

ลุ้นท๊อป 4 พรีเมียร์ลีก

(||}

สถานการณ์ล่าสุดของสนามรบลำแข้งพรีเมียร์ลีก ภายหลังจากผ่านไป 25 นัดหมาย
แมนฯ ซิตี้ ทะลึ่งพรวดขึ้นมาด้อยกว่าผู้นำฝูงอีกแล้วครับผม โดยตามหลัง "ว่าที่แชมป์" อย่าง เชลซี ที่สะดุดไปน้อยอยู่ 8 แต้ม กับอีก 13 เกมที่เหลือ – ถามว่ามันมากเกินกว่าจะไล่ตามทันหรือไม่? แน่ๆว่า…มาก เนื่องจากว่ากลุ่มที่นำเป็นผู้นำฝูงอย่าง "สิงห์บลูส์" และฤดูนี้เป็นกลุ่มที่มาตรฐานสูง แถมแพ้ยาก แบบนี้ไล่อิดโรยขอรับ
แม้กระนั้นย้อนกลับไปในฤดู 2011-12 แมนฯ ยูไนเต็ด เคยนำเป็นผู้นำฝูงโดยทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ อยู่ถึง 8 แต้ม ขณะที่เหลือแค่ 6 นัดหมาย มองมุมไหนก็ไม่น่ามีปัญหา ท้ายที่สุดพลพรรคภูติผีปีศาจแดงดันเบรคแตกแหกโค้งพุ่งตกเหวนรกดับสยอง…ซะแบบนั้น
ดูจากโปรแกรมที่เหลือ ผู้ร่วมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ยังมีสิทธิ์เบรคแตกอยู่เช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าพวกเขายังมีเกมที่จะต้องเจอกับ แมนฯ ซิตี้ โดยตรงอีกหนึ่งนัดหมายในบ้านตนเอง รวมถึงการออกไปเยี่ยม แมนฯ ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งถือเป็นงานหนัก ส่วนเกมที่จะต้องออกไปเยี่ยม เวสต์แฮม,W88บอร์นมัธ, สโต๊ค สิตี้ และเวสต์บรอมฯ ก็อาจมีโอกาสหลุดเสมอในบางนัดหมาย จึงมีความน่าจะเป็นที่ เชลซี อาจจะสะดุดอีกสัก 2-3 นัดหมาย ก็แค่มีข้อแม้ว่ากลุ่มผู้ไล่ล่าจะต้องไม่พลาดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม
เรื่องแชมป์พรีเมียร์ลีก ผมว่าไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยน ด้วยคุณภาพ ด้วยมาตรฐาน ด้วยความสม่ำเสมอ และด้วยระยะห่างที่ออกจะมาก ถึงแม้ว่าจะเบรคแตก ท้ายที่สุด เชลซี น่าจะพยุงพวงมาลัยเข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรกได้สำเร็จหรือบางทีอาจควบเร่งเข้าเส้นชัยด้วยความเร็วแรงแบบม้วนเดียวจบ ความเมามันของพรีเมียร์ลีกจึงอยู่ที่การฉกฉวยกันไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเหลือโควต้าอีก 3 กลุ่ม ซึ่งระยะห่างระหว่างกลุ่มชั้น 2 กับกลุ่มชั้น 6 อยู่ใกล้ๆกันแค่เพียง 4 แต้มเท่านั้น แสดงว่าชั้นสามารถเปลี่ยนได้ตลอดในเวลาเพียงแค่ 1-2 นัดหมาย
สถานการณ์ล่าสุด แมนฯ ซิตี้ ขึ้นมาชั้น 2 ตามด้วย สเปอร์ส, อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล และแมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งปวง 5 กลุ่ม แม้กระนั้นมีโควต้าให้แค่ 3 ตำแหน่งเท่านั้น มันจึงนำมาสู่ปริศนาที่ว่าใครกันแน่คือ 3 กลุ่มที่จะสมหวัง และ 2 กลุ่มที่ผิดหวัง?
นับจากโดน เชลซี ระเบิดถังขี้ เมื่อปลายต.ค.ปีที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ทำสถิติไม่แพ้ในพรีเมียร์ลีก 16 นัดติดต่อกัน
ผู้ร่วมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เปลี่ยนเป็นกลุ่มที่แพ้ยากตามสไตล์ของผู้เป็นที่ปรึกษา ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางเยอะขึ้นแม้กระนั้นถ้าเกิดมองลึกลงไปในเนื้อหา คุณจะพบว่าใน 16 เกมที่พวกเขาไม่แพ้เป็นการเสมอถึง 7 นัดหมาย
แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกใจแพ้ในเกมที่จะต้องชนะเท่านั้นจึงทิ้งแต้มไปมาก เฉพาะอย่างยิ่งใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่ฤดูนี้ทำได้แค่เสมอคู่ปรับถึง 6 นัดหมาย โน่นคือเหตุผลที่พูดว่าเพราะเหตุไร พวกเขาถึงจมอยู่ในชั้น 6 โดยไม่ยินยอมขยับไปไหนตรงเวลากว่า 2 เดือนเข้าให้แล้วเว้นแต่พรีเมียร์ลีก พลพรรคภูติผีปีศาจแดงยังจะต้องกรำศึกหนักรอบด้านในบอลถ้วยอีกถึง 3 รายการ ทั้งนัดหมายชิงแชมป์ ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ และยูโรปา ลีก ไม่ถูกกับ ลิเวอร์พูล ที่ไม่เหลืออะไรให้ลุ้นแล้วเว้นแต่พรีเมียร์ลีกรายการเดียวแมนฯ ซิตี้ เป็นกลุ่มที่มีขุมกำลังขนาดใหญ่และยาวที่สุด – ข้อบกพร่องคือเกมรับนี่แหละที่ทำให้พวกเขาพุ่งชนกับหายนะเสมอๆอาร์เซน่อล จากหลักการทำงานของ อาร์แซน เวนเกอร์ ก็อย่างเดิม คือชอบร้อนแรงเป็นช่วงๆก่อนหลุดแบบซนๆประเภทที่ไม่มีเหตุผลและต้องการความเข้าใจอะไรก็แล้วแต่ทั้งหมดทั้งปวง ยกตัวอย่างการแพ้ วัตฟอร์ด แบบติดอยู่บ้าน เมื่อสองอาทิตย์ก่อนนี่แหละกลุ่มสีหนาถปืนโต
ทางด้านของ สเปอร์ส ชูมาตรฐานตนเองขึ้นมาตั้งแต่ฤดูที่แล้ว แม้กระนั้นจนแล้วจนรอดก็ยังก้าวข้ามตนเองขึ้นมาเป็นกลุ่มที่จะประสบผลสำเร็จแบบจริงๆจังๆมิได้สักครั้ง

ส่วน ลิเวอร์พูล ก็เพิ่งจะฟื้นตัวกลับมา หลังจากที่เมายากันยุงจนถึงตุปัดตุป่อง กว่าจะรู้ตัวอีกครั้ง พวกเขาก็กระเด็นหลุดจากพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้วจนถึงจะต้องรีบเครื่องจักรสีแดงไล่ล่ากันใหม่
เมื่ออาทิตย์ก่อน เว็บไซด์ "ทอล์คสปอร์ต" ของอังกฤษนำเอาเครื่องมือการทายอนาคตที่เรียกว่า "ซูเปอร์คอมพิวเตอร์" มาประมวลฟอร์มการเล่น ความสามารถ และสถานการณ์ของทั้ง 20 กลุ่มในพรีเมียร์ลีกพลางจัดลำดับในตอนสุดท้ายของฤดู
ผลของการทาย 6 อันดับแรก ปรากฏออกมาดังนี้
1. เชลซี
2. แมนฯ ซิตี้
3. สเปอร์ส
4. อาร์เซน่อล
5. แมนฯ ยูไนเต็ด
6. ลิเวอร์พูล

อืมมมมมม…พิจารณาได้ว่า 4 อันดับแรกเสมือนที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้เลยขอรับ สลับกันแค่ชั้น 5 กับ 6 ที่ตอนสุดท้ายของฤดู "ซูเปอร์คอมพิวเตอร์" คำนวณให้ แมนฯ ยูไนเต็ด แซงหน้า ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ
ถ้าจบแบบนี้ถือเป็นอีกฤดูที่น่าผิดหวังสำหรับเด็กหงส์ทุกหมู่เหล่า เนื่องจากว่าเว้นแต่ ลิเวอร์พูล จะไม่ได้แชมป์อะไรแล้วยังมิได้ไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกต่างหาก
ที่แสบสันต์กว่าคือชั้นที่ต่ำลงยิ่งกว่าคู่กรณี-แสนรักอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งโน่นคือการบรรลุผลท้ายที่สุดที่คงเหลือในฤดูนี้ อย่างไรก็ตาม มันเป็นเพียงแต่คำพยากรณ์จากคอมพิวเตอร์ที่ไม่ค้ำประกันความแน่นอน
ที่แน่ๆคือตอนนี้ระยะห่างระหว่างแต้มของกลุ่มชั้น 2 ถึงชั้น 6 ใกล้เคียงกันเหลือเกิน จังหวะที่จะเข้าไปอยู่ในกลุ่มท็อปโฟร์ของ แมนฯ ซิตี้, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล และแมนฯ ยูไนเต็ด จึงมีพอกันจนถึงสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนอย่างผมจัดลำดับไม่ถูกเลยทีเดียว เรือใบสีฟ้าของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นกลุ่มที่มีเป็นได้พลานุภาพสูงเกินไปกว่าที่จะหลุดจาก 4 อันดับแรกคลับไก่ก็ออกจะสมดุลย์กันทั้งในเกมรุกและเกมรับ ในเวลาที่ อาร์เซน่อล จะเฮงซวยขนาดไหนก็ไม่เคยหลุดจาก 4 อันดับแรกแล้วไหนจะ ลิเวอร์พูล ที่ได้ดาวเตะสำคัญกลับมาครบแล้วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มีความสำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างที่สุดครับผม เนื่องจากว่ามันไม่ต่างอะไรจากขุมทรัพย์ที่ช่วยให้สมาพันธ์โกยรายได้อย่างมหาศาลเยอะขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเป็นแรงดึงดูดผู้เล่นระดับ "มหาดารา" ให้มาร่วมกลุ่ม
คิดกล้วยๆขอรับว่าถ้าฤดูหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด อดไป แชมเปี้ยนส์ ลีก ดาวดังที่ภูติผีปีศาจแดงอยากได้จนถึงสั่นเทิ้มอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ก็อาจจะต้องคิดเยอะขึ้นเรื่อยๆหนทางของ "ภูติผีปีศาจแดง" ในการณีที่หลุดจากท็อปโฟร์ คือจะต้องครอบครองแชมป์ ยูโรปา ลีก ให้ได้เพียงแต่สถานที่เดียว

แม้พวกเขาจะเป็นเต็งหนึ่งในรายการนี้ แม้กระนั้นก็ไม่มีอะไรแน่ๆหรือค้ำประกันสมมุติว่าถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก แล้วโควต้าไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ในพรีเมียร์ลีกจะคืออะไร?
ตามกฏที่เจาะจงไว้คือถ้าเกิดเหตุอย่างนั้น โควต้าของพรีเมียร์ลีกจะได้ 4 กลุ่มเหมือนเดิมนั่นแหละ แม้กระนั้นกลุ่มที่จะโชคไม่ดี อดเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือกลุ่มชั้น 4 ของตาราง มีคนถามว่าแล้วถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ขณะที่ เลสเตอร์ สิตี้ ครอบครองแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรปได้สำเร็จล่ะ?
ไอ้ที่ถามแบบนี้ คาดว่าน่าจะเป็นเนื่องจากว่าคำพยากรณ์ของท่านเจ้าคุณธงชัยแห่งวัดตรีมิตรที่ทายว่า "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" จะครอบครองแชมป์ยุโรปนั่นแหละ (แถมรอดตกชั้นด้วยนะ) ถ้าเกิดเป็นอย่างนั้น ยูฟ่า จะเพิ่มโควต้าให้กลุ่มจากพรีเมียร์ลีกเป็นกรณีพิเศษเป็น 5 กลุ่ม เชลซี ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ในฐานะแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์ ยูโรปา ลีก บวกกับชั้น 2 และ 3 ของตาราง รวมกันเป็น 5 กลุ่ม โดยกลุ่มที่อดไป คือชั้น 4 อย่างเดิมสเปอร์ส เคยเจออะไรแบบนี้มาแล้วครับผม ตอนที่ เชลซี ได้แชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรป เมื่อฤดู 2011-12 กลุ่มชั้น 4 ต้องการพวกเขาจำเป็นต้องหลบให้ "แชมป์เก่า" ที่หลุดจากท็อปโฟร์

น้ามูเซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสังเวย มิคกี้,คาร์ริค เข้ารอบยุโรป้า 32 ทีม

จ่ามู กุนซือฝีปากกล้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ใช้งานเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการแข่งขันก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า ผีบุกไปชนะด้วยแต้ม 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป

 

''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''

โจเซ่ มูรินโญ่ ให้กําลังใจรานิเอรี่หลังโดนเลสเตอร์ปลด

 

น้ามู กุนซือฝีปากกล้าของ แมนยู ออกมาให้กําลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งโดนปลดไป

เลสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งประกาศแยกทางเคลาดิโอ รานิเอรี่ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดย  มูรินโญ่ ได้โพสต์ให้กําลังใจ รานิเอรี่ เมื่อทราบข่าวว่าเขาโดนปลด ''ไม่มีใครลบประวัติศาสตร์ที่นายเขียนขึ้นมาได้ แชมป์พรีเมียร์ และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า''

แฟนแมนยู!รูน หายเจ็บกลับมาลงสนามซ้อมแล้ว

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง

 มูรินโญ นายใหญ่ของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า หัวหอกวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ล่าสุด หัวหอก ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้